บทที่ 9 ห้ามทำมิดีมิร้ายกับเพื่อนฉัน

นาวินตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้รัชณกรฟัง รัชณกรตั้งใจฟังแล้วเงียบไปพักหนึ่งอย่างครุ่นคิดอะไรบางอย่าง พอนาวินเล่าจบรัชณกรก็พูดกับนาวินด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“นาวิน... จริงๆ ฉันก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะบานปลายขนาดนี้นะเว้ย! ฉันไม่คิดว่าแกจะต้องไปอยู่คอนโดเดียวกับยัยโณ เอาตรงๆ นะ ฉันเป็นห่วงยัยโณ มันเป็นผู้หญิงนะเว้ย!” รัชณกรย้ำกับเพื่อน

“เรื่องนั้นฉันรู้...”

“แม้ว่ามันจะเป็นฝ่ายชวนแกไปอยู่ด้วย แต่แกก็อย่าไปทำมิดีมิร้ายกับมันแล้วกัน มันเป็นเพื่อนฉัน” รัชณกรย้ำอีก คราวนี้ย้ำเสียงเครียดจริงจังกว่าเดิม นาวินคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนออกมา

“แกคิดว่าฉันเป็นคนประเภทไหนกันฮึ!” นาวินย้อนถาม ปลายสายถอนหายใจยาว

“ประเภทสุนัขจิ้งจอกในคราบราชสีห์ไงล่ะ!”

“ถ้าฉันเป็นสุนัขจิ้งจอกในคราบราชสีห์ แกก็คือเสือร้ายในคราบแมวเหมียวแหละว้า” นาวินทำเสียงล้อเลียน

“แกไม่ต้องมายอกย้อนฉัน ฉันขอสั่งห้ามไม่ให้แกแตะเนื้อต้องตัวยัยโณ”

“เฮ้ย! ฉันเป็นเพื่อนแกเหมือนกันนะ ไม่ไว้ใจกันเลยเหรอไง” นาวินหัวเราะเบาๆ

“เพราะเป็นแกไงฉันเลยไม่ไว้ใจ ฉันขอเถอะ... ฉันไม่อยากให้เพื่อนฉันเสียใจ”

“ฉันก็ไม่ได้จะทำให้เพื่อนแกเสียใจสักหน่อย”

“เฮ้อ! ฉันจะไว้ใจแกได้ไหมเนี่ย... รู้สึกเหมือนฝากชิ้นเนื้อไว้กับราชสีห์ผู้หิวโหย!”

“เออน่า... แกไม่ต้องเป็นห่วง ฉันไว้ใจได้”

“กู ไม่ เชื่อ!”

อรุโณทัยกลับมาที่คอนโดประมาณ 2 ทุ่ม เธอเปิดประตูเข้าไปเห็นนาวินกำลังทำความสะอาดห้องอยู่ ใบหน้านวลแดงระเรื่อด้วยความกระดากอาย ยิ่งเห็นผู้ชายตัวโตๆ ที่มีศักดิ์เป็นถึงเพื่อนของเพื่อน เป็นเพื่อนร่วมงาน และเป็นเจ้านาย กำลังถือเครื่องดูดฝุ่นตามพรมปูพื้น ยิ่งทำให้เธออยากจะมุดดินหนี

“คุณนาวิน ทำอะไรคะ”

“อ้อ... กำลังดูดฝุ่นน่ะครับ”

“ไม่ต้องทำหรอกค่ะ โณจ้างแม่บ้านสัปดาห์ละครั้งอยู่แล้ว”

“ไม่เป็นไรครับ นิดๆ หน่อยๆ เอง พื้นที่ห้องก็ไม่มาก ดูดฝุ่นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว กว่าแม่บ้านจะมาทำความสะอาดคนที่อยู่เป็นภูมิแพ้พอดี” เขาหลุดปากออกไป แต่มันกลับทำให้อรุโณทัยอายเข้าไปใหญ่

“ฉันอยู่กับฝุ่นจนชินแล้วล่ะค่ะ คุณอาจจะยังไม่ชิน”

“ครับ ถ้าเป็นไปได้ผมว่าจ้างแม่บ้านสองวันครั้งก็น่าจะดีนะครับ” เขาออกความคิดเห็นแล้วเดินไปจัดหนังสือให้เข้าที่เข้าทาง อรุโณทัยวางกระเป๋าแล้วไปช่วยเขาจัด

“ดูคุณทำงานบ้านคล่องแคล่วจังเลยนะคะ”

“ตอนอยู่เมืองนอกผมต้องทำงานบ้านคนเดียวน่ะครับ ไม่มีคนทำให้แล้วก็ไม่ได้จ้าง” เขาตอบ พลันสายตาคนทั้งคู่ก็หันมาสบกันโดยบังเอิญ แววตาของเขาช่างมีเสน่ห์เหลือเกิน ดึงให้อรุโณทัยหลุดเข้าไปในหลุมพรางเสน่ห์ที่เขาสร้างขึ้น

“เอ่อ... ดะ... ดีนะคะ ทำให้คุณเก่งงานบ้านไปเลย ดีจริงๆ”

จากคนที่เคยมีความมั่นใจในตัวเองสูงลิ่ว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกหวาดหวั่นกับชายตรงหน้า แววตาเขาเหมือนมีประกายบางอย่างอยู่ เป็นอะไรที่เธอรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ชอบกล แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ จนกระทั่งนาวินต้องเป็นฝ่ายพูดก่อน

“ผมหิวจังเลย...”

“คุณยังไม่ได้ทานข้าวเย็นเหรอคะ” เธอถามด้วยความแปลกใจ นาวินพยักหน้า

“ครับ ผมรอคุณอยู่”

“โธ่... คุณจะรอฉันทำไมคะ งั้น... เราออกไปหาอะไรทานข้างนอกกันไหม” อรุโณทัยชวน นาวินส่ายหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป